ถนนไทยจะปูด้วยทองคำก็ยังได้ ถ้า …

12.01.2022

สรุปประเด็น

  • “ถ้านักการเมืองไทยหยุดโกงเพียง 2 ปี ถนนประเทศไทยจะปูด้วยทองคำก็ยังได้ …” - หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี
  • ทุกวันนี้คงได้เห็นว่าไม่ว่าจะพื้นที่ไหน ถนนก็ยังมีส่วนพุพัง เป็นหลุมบ่อ จะเห็นภาพได้ชัดก็ในเฟซบุ๊กเพจ @ต้องแฉ ที่มีคนร่วมส่งภาพมาประชันกันขำ ๆ ว่า #ถนนไทยเป็นอะไรได้บ้าง เอาเข้าจริงไม่ต้องถึงขนาดเป็นทองคำหรอกขอถนนที่คุณภาพที่ดีขึ้นจะดีกว่าไหม ?
  • ความตลกร้ายนี้สะท้อนให้เห็นว่าทุกวันนี้ ถนนไทยก็ยังไม่มีคุณภาพเหมือนเดิม ชวนตั้งคำถามว่าเพราะนักการเมืองไม่หยุดโกงกิน ?
  • ดร. มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เคยให้ข้อมูลว่า “ใครโกงกินสร้างความเดือดร้อนให้บ้านเมืองมากกว่ากันระหว่าง ‘นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า’ ยังไม่มีใครบอกได้เพราะบางครั้งพวกเขารวมหัวกันโกง บางครั้งก็แยกกันกิน การรู้เท่าทันคนโกงอย่างแยกแยะไม่เหมารวมจึงเป็นจุดเริ่มต้นการต่อสู้คอร์รัปชันที่ประชาชนและหน่วยงานของรัฐควรเรียนรู้”
  • การคอร์รัปชันโดยเจ้าหน้าที่รัฐเกิดได้จากการรับสินบน การร่วมมือกับพ่อค้าในการจัดซื้อจัดจ้าง, การคอร์รัปชันโดยนักการเมือง ที่ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้อิทธิพลข่มขู่ รีดไถ และคอร์รัปชันโดยเอกชนอาจเป็นการฮั้วประมูล ล็อกสเปกงาน ทิ้งงาน ฉ้อโกง จึงเห็นได้ว่าปัญหาเกิดจากหลายส่วน ถ้าจะไล่ล่าให้เจอคงตามไม่หมด แต่จะสร้างความร่วมมือเพื่อลดปัญหาการโกงในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดยเฉพาะเรื่อง “ถนน” ได้อย่างไร บทความนี้ยก 3 หลักสำคัญของธรรมาภิบาล คือ การมีส่วนร่วม โปร่งใส และรับผิดชอบ ที่ทุกภาคส่วนสามารถนำมาปฏิบัติได้
  • แม้ว่าหลักสำคัญที่กล่าวไว้ไม่อาจทำให้ถนนปูด้วยทองคำได้ แต่ความร่วมมือเหล่านี้จะช่วยให้เราได้มีถนนดี ๆ ไม่ใช่หลุมบ่อเหมือนดวงจันทร์อย่างที่พบเจอกันทุกวันนี้

“ถ้านักการเมืองไทยหยุดโกงเพียง 2 ปี ถนนประเทศไทยจะปูด้วยทองคำก็ยังได้...”


ผู้อ่านหลายๆ ท่านคงเคยได้ยินประโยคนี้กันมาบ้าง ซึ่งมาจากคำพูดของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นถ้อยคำที่เปรียบเปรยถึงปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่ได้กอบโกยเอาภาษีของประชาชนไป จนเป็นเรื่องตลกร้ายว่าหากไม่มีการโกง ถนนไทยคงปูด้วยทองคำก็ยังได้ จนปัจจุบันประโยคนี้ยังคงถูกหยิบยกเอามาพูดกันอยู่เรื่อยมา ผู้เขียนได้อ่านความคิดเห็นของผู้คนในโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ หรือกระทู้พันทิป ต่างก็มีความเห็นประชดเชิงตัดพ้อ เช่น “ไม่ต้องถึงกับปูด้วยทองคำหรอก เอาถนนลาดยางดีๆ ให้ได้ก่อน” “ขอถนนที่ไม่พังง่ายก่อนเถอะ” และเรื่องนี้ผู้เขียนเองก็ได้เห็นภาพชัดๆ จากในเฟซบุ๊คเพจ “ต้องแฉ” ที่มีคนร่วมกันส่งภาพถนนแถวบ้านมาประชันขำๆ กันว่า #ถนนไทยเป็นอะไรได้บ้าง เป็นดวงจันทร์ เป็นหลุมเตาขนมครก เป็นพิซซ่าบางกรอบ เป็นท้อเพราะสร้างมาจนลูกโตแล้วก็ยังไม่เสร็จสักที ฯลฯ ผู้เขียนนั่งดูไปก็แอบขำในใจไปว่า คนไทยช่างเสียดสีและเป็นคนตลกกันเสียจริงๆ แต่ก็เป็นความตลกร้ายอีกเช่นกัน เพราะสะท้อนให้เห็นว่าจนถึงทุกวันนี้ถนนไทยก็ยังไม่มีคุณภาพเหมือนเดิม และชวนให้ตั้งคำถามว่าหรือเป็นเพราะนักการเมืองยังไม่หยุดโกงกิน ?


ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เคยได้ให้ข้อมูลไว้ว่า

“ใครโกงกินสร้างความเดือดร้อนให้บ้านเมืองมากกว่ากันระหว่าง “นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า” ยังไม่มีใครบอกได้ เพราะบางครั้งพวกเขารวมหัวโกง บางครั้งก็แยกกันกิน การรู้เท่าทันคนโกงอย่างแยกแยะไม่เหมารวม จึงเป็นจุดเริ่มต้นการต่อสู้คอร์รัปชันที่ประชาชนและหน่วยงานของรัฐควรเรียนรู้” ซึ่งผู้เขียนเองรู้สึกเห็นด้วยว่าเราไม่อาจเหมารวมได้ว่า ใครเป็นผู้โกงกินกันแน่ จึงขอนำรูปแบบการคอร์รัปชันของแต่ละกลุ่มที่ ดร.มานะ นิมิตรมงคล ได้กล่าวไว้ มาแชร์ในบทความนี้ให้กับผู้อ่านได้รู้เท่าทันไปพร้อมๆ กัน



1.คอร์รัปชันโดยเจ้าหน้าที่รัฐ หรือคอร์รัปชันในระบบราชการ เป็นการคอร์รัปชันที่จะกระทบกับชีวิตประจำวันของประชาชนมากที่สุด แต่ไม่มีนักการเมืองมาเกี่ยวข้อง เช่น การเรียกรับสินบนจากประชาชน การยักยอกเอาของหลวงไปใช้ การปลอมแปลงเอกสาร หรือการร่วมมือกับพ่อค้าในการจัดซื้อจัดจ้าง การกระทำเหล่านี้เกิดขึ้นทุกระดับตั้งแต่กระทรวง กรม จังหวัด จนถึงหน่วยงานเล็กสุด ตัวอย่างเช่น การคอร์รัปชันในโครงการสร้างถนน เกิดการโกงกินได้ตั้งแต่ การล็อกสเปกงานเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนบางราย การรับเงินทอน หรือการตรวจรับงานทั้งๆ ที่งานก่อสร้างยังไม่เสร็จตามงวดงาน เป็นต้น


2.คอร์รัปชันโดยนักการเมือง เป็นคอร์รัปชันที่บงการโดยนักการเมืองที่มีอำนาจกว้างมาก และร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐผู้มีอำนาจตามกฎหมาย จึงสร้างความเสียหายรุนแรง โดยทั่วไปพบว่ามีนักธุรกิจเข้ามาร่วมวางแผนด้วยเสมอ เว้นแต่เป็นคอร์รัปชันทางการเมือง หรือการใช้อิทธิพลไปข่มขู่ รีดไถ หรือตบทรัพย์ผู้อื่น ที่นักการเมืองทำได้ด้วยตนเอง


3.คอร์รัปชันโดยเอกชน ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ร่วมรู้เห็น แต่เสียรู้ให้กับเอกชนด้วยอาจเป็นเพราะความด้อยประสิทธิภาพ ความไม่รู้หรือความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ทำให้รัฐเสียหาย เช่น ฮั้วประมูล ล็อกสเปกงาน ทิ้งงาน ฉ้อโกง


ดร.มานะ นิมิตรมงคล ยังได้บอกอีกว่า “ไม่ใช่ทุกครั้งที่คนทั้ง 3 กลุ่มร่วมมือกัน แต่เกือบทั้งหมดต้องมีข้าราชการเป็นตัวกลาง และ การควบคุมคอร์รัปชันให้ได้ผล จึงต้องพุ่งเป้าเล่นงานให้ถูกตัว ไม่เหมารวม ใช้มาตรการต่อต้านที่หลากหลายร่วมกัน การใช้มาตรการแบบเหวี่ยงแหจะสร้างภาระเกินจำเป็นแก่หน่วยงานและข้าราชการที่ดี ทำให้ขาดความร่วมมือและไม่ได้ผลในที่สุด” (ที่มา: เฟซบุ๊คMana Nimitmongkol)


เห็นได้ว่าปัญหาเกิดจากหลายส่วน หากจะไล่ล่าหาให้เจอก็คงจะตามไม่ได้ทั้งหมด แต่จะสร้างความร่วมมืออย่างไร ให้สามารถลดปัญหาหรือเฝ้าระวังการโกงในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดยเฉพาะกับเรื่อง “ถนน” ที่เราพูดถึงกันในบทความนี้ได้ ผู้เขียนจึงขอเสนอการใช้หลักธรรมาภิบาล ที่เป็นแนวทางการจัดการบ้านเมืองและสังคมให้มีทิศทางที่ดี ในบทความนี้จะยกมาเพียง 3 หลักสำคัญ คือ การมีส่วนร่วม โปร่งใส และรับผิดชอบ ที่ทุกภาคส่วนสามารถยึดมาปฏิบัติได้ ดังนี้


1.ภาครัฐ ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสทุกขั้นตอน อำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลข่าวสารและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบได้จริง มีความรับผิดชอบในการแก้ไข ตรวจสอบข้อร้องเรียนหรือชี้แจงข้อสงสัยให้ประชาชนได้รับทราบ และร่วมติดตามการดำเนินงานต่างๆ ของรัฐ สอดคล้องกับหลักการประเมิน ITA (Integrity and Transparency Assessment) ที่ทุกหน่วยงานรัฐต้องได้รับการประเมินคุณธรรม ความโปร่งใส และการป้องกันการทุจริตในการดำเนินงานทุกปี รวมถึงควรเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเสมอ เพื่อไม่ให้เสียรู้หรือผิดพลาด แม้ไม่เจตนาแต่ส่งผลทำให้รัฐเสียหายได้


2.ภาคเอกชนหรือภาคธุรกิจ ที่อาจต้องต้นใช้ทุนสูงขึ้นในการจ่ายค่าโกงเพื่อแลกกับการได้เปรียบทางธุรกิจ หากภาคเอกชนดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล หรือมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ร่วมมือกันปฏิเสธการให้สินบนในการทำธุรกิจ ทั้งกับภาครัฐ และกับภาคเอกชนด้วยกันเอง ทำธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ โดยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการสอดส่องการทุจริตภายใน รวมถึงต้องมีความรับผิดชอบพร้อมทบทวนปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานก็จะสามารถลดต้นทุน เพิ่มผลกำไรและความน่าเชื่อถือได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Private Sector Collective Action againstCorruption :CAC) ที่ปัจจุบันมีหลายองค์กรภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วม ด้วยการกำหนดนโยบายและวางแนวปฏิบัติให้มีความโปร่งใส เพื่อป้องกันการรับและจ่ายสินบน รวมถึงการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ


3.ภาคประชาชน สามารถมีส่วนร่วมเฝ้าระวัง ตรวจสอบความโปร่งใส ด้วยเทคโนโลยีใกล้ตัวที่สุดอย่างโทรศัพท์มือถือ ในการสอดส่องปัญหาใกล้ตัว เช่น ถนนหรือทางเท้าที่พังง่าย ไม่ได้มาตรฐาน สามารถร้องเรียนได้โดยการหยิบโทรศัพท์และถ่ายรูปส่งไปยังเพจต่างๆ ที่เฝ้าระวังเรื่องเหล่านี้เช่น เพจต้องแฉ เพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน เพจชมรม STRONG ต้านทุจริตฯ เป็นต้น เพื่อช่วยกันส่งเสียงให้หน่วยงานมาตรวจสอบได้อย่างไม่ต้องเผยตัวตน หรือเข้าไปส่องข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ได้ที่เว็บ ACT Ai หรือ https://actai.co/ โดยค้นหาด้วยคำง่ายๆ อย่าง “ถนน” ซึ่งระบบจะแสดงเครื่องหมายแจ้งเตือนสีเหลือง เมื่อโครงการนั้นๆ น่าเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งถือว่าเป็นความรับผิดชอบในฐานะประชาชนที่ร่วมเฝ้าระวังได้อย่างมากขึ้นแล้ว


แม้ว่าทั้งหมดที่ผู้เขียนกล่าวมานี้อาจไม่ทำให้ถนนประเทศไทยปูด้วยทองคำได้ แต่ความร่วมมือเหล่านี้จะสร้างความหวังที่นำไปสู่ความเป็นจริงได้ว่า ประเทศไทยจะมีถนนและทางเท้า ที่ดีมีมาตรฐาน ไม่ถูกลดทอนคุณภาพจากการโกงกินของคนบางกลุ่ม เพราะสิ่งเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของคุณภาพชีวิตที่ดี ที่เราทุกคนควรได้รับ แล้วท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง มีวิธีไหนที่ทำให้ถนนไทยจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีกบ้าง มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือพูดคุยกันได้ที่เฟซบุ๊คเพจ HAND Social Enterprise


-------------------

บทความลงมือสู้โกง หนังสือพิมพ์แนวหน้า ตอน ถนนไทยจะปูด้วยทองคำก็ยังได้ ถ้า...

Author

Admin

HAND Social Enterprise วิสาหกิจเพื่อสังคมที่มีเป้าหมายสร้างเสริมธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชัน สู่เป้าหมายการสร้างเครือข่ายและกลไกสังคมปลอดโกง