การคอร์รัปชันในตลาดแรงงาน อุปสรรคของการเติบโตทางเศรษฐกิจ

29.10.2025
สรุปประเด็น
แม้ตลาดแรงงานจะเป็นหัวใจของระบบเศรษฐกิจ แต่เมื่อการคอร์รัปชันแทรกซึมเข้าสู่โครงสร้างแรงงาน ไม่ว่าจะในระดับสหภาพหรือนโยบายของรัฐ ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่ค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือการละเมิดสิทธิแรงงาน แต่ลุกลามสู่ปัญหาเศรษฐกิจเงา ภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น และความถดถอยทางเศรษฐกิจในระยะยาว บทความนี้ชวนคุณสำรวจกรณีศึกษา พร้อมข้อเสนอเชิงระบบที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาครัฐและประชาชน ต้องร่วมกันผลักดัน เพื่อดึงแรงงานไทยออกจากวงจรคอร์รัปชันที่บั่นทอนศักยภาพของประเทศ
ตลาดแรงงานมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในฐานะการเป็น “ตลาดปัจจัยการผลิต” และ “แหล่งรายได้ของประชาชน” ดังนั้น เมื่อเกิดการคอร์รัปชันขึ้นในตลาดแรงงาน ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บทความนี้จึงขอชวนทุกท่านมาสำรวจกรณีศึกษาเกี่ยวกับการคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในตลาดแรงงาน และผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
การคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในองค์กรสหภาพแรงงาน ซึ่งมีหน้าที่ในการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของแรงงาน เช่น การยักยอกเงินกองทุนของสมาชิก การรับสินบนจากนายจ้าง หรือการใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางมิชอบเพื่อข่มขู่/รีดไถนายจ้าง หรือแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง ย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปกป้องสิทธิแรงงานที่ลดลง เอื้อให้เกิดการละเมิดสิทธิแรงงาน และส่งผลให้แรงงานต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมการทำงาน รวมถึงการได้รับค่าจ้างต่ำกว่ามาตรฐาน เป็นต้น (ธนากาญจน์ กันทอง, 2568)
นอกจากนี้ ยังมีการคอร์รัปชันในตลาดแรงงานที่เอื้อให้เกิดการกดขี่แรงงานข้ามชาติ ดังกรณีการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงไทย ซึ่งเกิดจากเครือข่ายนายหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์จากแรงงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายในประเทศไทย พร้อมทั้งมีการให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อให้เพิกเฉยต่อการลักลอบเข้ามาทำงานของแรงงานข้ามชาติ (KRAC Corruption, 2562) ส่งผลให้แรงงานเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงการคุ้มครองทางกฎหมาย เอื้อให้เกิดการถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้างได้ง่าย
จากการศึกษาการคอร์รัปชันในตลาดแรงงานทั้งสองกรณี พบว่า แรงงานคือผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดเมื่อเกิดการคอร์รัปชัน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงในการถูกละเมิดสิทธิแรงงาน ถูกกดค่าจ้าง การมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ปลอดภัยหรือไม่ถูกสุขลักษณะ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในงานศึกษาของ Cooray, A., & Dzhumashev, R. (2018) ที่ศึกษาความสัมพันธ์ของการคอร์รัปชันและอุปทานแรงงาน โดยใช้ข้อมูลจาก 132 ประเทศ พบว่า การคอร์รัปชันในตลาดแรงงานไม่เพียงส่งผลเชิงลบต่อแรงงาน (ส่งผลเชิงลบต่ออัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน และอัตราการมีงานทำต่อประชากร) เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศจากการก่อเกิดภาระทางภาษีที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวของเศรษฐกิจเงาหรือเศรษฐกิจนอกระบบที่ไม่ได้รับการกำกับดูแลจากรัฐ ซึ่งทำให้รัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียรายได้ที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ อีกทั้ง การศึกษาดังกล่าวยังพบว่า แม้การมีค่าจ้างแรงงานและการบริโภคที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการมีกฎระเบียบและการกำกับดูแลที่ดี จะสามารถช่วยลดผลกระทบเชิงลบจากการคอร์รัปชันต่ออุปทานแรงงานได้บางส่วน แต่ผลกระทบเชิงลบที่เกิดจากการคอร์รัปชันต่ออุปทานแรงงานก็ยังคงมีมากกว่า
สอดคล้องกับงานศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบพลวัต (dynamic analysis) ระหว่าง ทุน การคอร์รัปชัน และตลาดแรงงาน โดย Mamo and Ayele (2024) พบว่า การคอร์รัปชันมีผลกระทบเชิงลบอย่างชัดเจนต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเมื่อเกิดการคอร์รัปชันจะก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ซบเซา อัตราการจ้างงานที่ลดลง และการสะสมทุนที่ลดลง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในทางกลับกันจะพบว่าเมื่อมีการคอร์รัปชันลดลง ส่งผลให้มีการลงทุนและการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น และหากภาครัฐมีนโยบายหรือมาตรการด้านการต่อต้านการคอร์รัปชันที่มีประสิทธิภาพ ก็จะเป็นการช่วยสนับสนุนให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
จากงานศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของการคอร์รัปชันในตลาดแรงงาน แสดงให้เห็นว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่เพียงส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิและสวัสดิการของแรงงานเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย ดังนั้น ภาครัฐควรมีการดำเนินมาตรการในการต่อต้านการคอร์รัปชันอย่างจริงจังและครอบคลุม ควบคู่ไปกับการพัฒนากฎหมายและการกำกับดูแลที่ดี รวมถึงการดำเนินการเพื่อลดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเศรษฐกิจนอกระบบหรือเศรษฐกิจเงา เพื่อให้ภาครัฐสามารถให้การคุ้มครองแรงงานนอกระบบ และสามารถจัดเก็บภาษี ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนในการพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ขณะที่ภาคประชาชนควรเข้ามามีบทบาททั้งในด้านการเป็นผู้แจ้งเบาะแสเมื่อพบเจอการคอร์รัปชันในตลาดแรงงาน อาทิ การจ่ายค่าจ้างแรงงานต่ำกว่ามาตรฐาน การลิดรอนรับสิทธิหรือสวัสดิการแรงงาน หรือการลักลอบค้าแรงงานผิดกฎหมาย โดยสามารถร้องเรียนผ่านเพจ Facebook ต้องแฉ หรือ ช่องทาง Line Corruption Watch แชตฟ้องโกง ทันใจ ซึ่งเป็นช่องทางรับแจ้งเบาะแสการคอร์รัปชันที่จัดทำขึ้นโดยองค์กรภาคประสังคม ซึ่งจะมีการส่งต่อเบาะแสไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องแบบไม่ระบุตัวตน เพื่อเป็นการปกป้องผู้แจ้งเบาะแส หรือสามารถแจ้งเบาะแสโดยตรงกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงแรงงาน สำนักงาน ป.ป.ช. แต่หากประชาชนเลือกที่จะปล่อยผ่านการคอร์รัปชันที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลกระทบไม่เพียงกับแรงงานที่ถูกเอารัดเอาเปรียบเท่านั้น แต่ยังอาจก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อให้เกิดอาชญกรรมอื่นตามมา การสูญเสียรายได้ของภาครัฐ ซึ่งจะถูกนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือจัดสรรสวัสดิการให้กับประชาชนไทย และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในที่สุด นอกจากนี้ ประชาชนยังควรติดตามการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและร่วมกันผลักดันให้เกิดการดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบการคอร์รัปชันในตลาดแรงงานอย่างเข้มงวด ด้วยกระบวนการที่มีความโปร่งใสและมีความรับผิดชอบ ทั้งนี้ หากทุกท่านต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการคอร์รัปชันในตลาดแรงงาน สามารถติดตามอ่านได้ที่
------------------------------------
อ้างอิง
------------------------------------
บทความคิดด้วยพลเมือง ตอน การคอร์รัปชันในตลาดแรงงาน อุปสรรคของการเติบโตทางเศรษฐกิจ
โดย : ศุภชัย เสถียรหมั่น HAND Social Enterprise

Author
Suphachai Sathianman
ผู้ช่วยนักวิจัย ที่สนใจศึกษาประเด็นทางสังคมและเศรษฐกิจ รวมถึงประเด็นด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน และคาดหวังว่างานศึกษาที่ทำจะถูกนำไปในการพัฒนาสังคมและประเทศให้ดีขึ้น