2569 ปีแห่งการเลือกตั้ง กับบทบาทพลเมืองในการสร้างความโปร่งใส

28.01.2026
สรุปประเด็น
ปี 2569 คือปีแห่งการเลือกตั้งที่มีความหมายต่อทิศทางประชาธิปไตยไทยอย่างยิ่ง แต่การเลือกตั้งจะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวันหย่อนบัตรเพียงวันเดียว หากขึ้นอยู่กับบทบาทของประชาชนในฐานะ “พลเมืองตื่นรู้” ที่ใช้สิทธิอย่างมีคุณภาพ และร่วมตรวจสอบอำนาจอย่างต่อเนื่อง
บทความนี้ชวนทำความเข้าใจบทบาทของประชาชนในการสร้างความโปร่งใส ตั้งแต่การใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกตั้ง การปฏิเสธการซื้อเสียง การแจ้งเบาะแสทุจริต การมีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัครสังเกตการณ์เลือกตั้ง ไปจนถึงการติดตามตรวจสอบการทำงานของผู้แทนและการใช้งบประมาณภาครัฐหลังปิดหีบ
การเลือกตั้งปี 2569 จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย และเป็นรากฐานสำคัญของสังคมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
ปี 2569 นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของสังคมไทยในฐานะ “ปีแห่งการเลือกตั้ง” ที่ประชาชนจะได้ใช้อำนาจของตนเองผ่านคูหาเลือกตั้ง ทั้งการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การเลือกตั้งจึงไม่ใช่เพียงกระบวนการตามกฎหมาย หากแต่เป็นกลไกหลักของระบอบประชาธิปไตยที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ และชุมชนของตนเอง
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งจะมีความหมาย และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้จริง ก็ต่อเมื่อประชาชนตระหนักถึงบทบาทของตนในฐานะ “พลเมืองตื่นรู้” ที่พร้อมใช้สิทธิ์อย่างมีคุณภาพ และร่วมตรวจสอบเพื่อสร้างความโปร่งใสในสังคม
ที่ผ่านมา ยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว ส่งผลให้การเลือกตั้งถูกลดทอนความสำคัญลงเหลือเพียงการไปหย่อนบัตรตามหน้าที่ ทั้งที่ในความเป็นจริง การไม่ไปใช้สิทธิ์ หรือการใช้สิทธิ์โดยขาดข้อมูล ย่อมเปิดช่องให้กระบวนการเลือกตั้งถูกครอบงำโดยกลุ่มผู้หวังผลประโยชน์ และบั่นทอนพลังของประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจ ดังนั้น การรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง จึงควรไปไกลกว่าการเชิญชวนให้ “ไปเลือกตั้ง” แต่ต้องเน้นย้ำถึงการใช้สิทธิ์อย่างมีความหมาย การตัดสินใจเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองบนพื้นฐานของข้อมูล นโยบาย วิสัยทัศน์ และผลงานที่ผ่านมา มากกว่าการเลือกจากความคุ้นเคยส่วนตัว กระแสสังคม หรืออิทธิพลของเงินและอำนาจ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน ล้วนมีบทบาทสำคัญในการทำให้ข้อมูลการเลือกตั้งเข้าถึงประชาชนอย่างถูกต้อง รอบด้าน และเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถเปรียบเทียบทางเลือกได้อย่างเป็นธรรม และยกระดับการเมืองไทยจากการเมืองแบบตัวบุคคลไปสู่การเมืองเชิงนโยบาย
คำถามสำคัญในปีแห่งการเลือกตั้งนี้ “ประชาชนจะมีบทบาทในการสร้างความโปร่งใสได้อย่างไร” ความโปร่งใสไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานรัฐหรือองค์กรอิสระเพียงฝ่ายเดียว หากแต่ประชาชนคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเลือกตั้งให้สุจริต เที่ยงธรรม และตรวจสอบได้
ประการแรก ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยปัจจุบันสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันยังสามารถข้อมูลผลงานที่ผ่านมาของนักการเมืองได้ทางเว็บไซต์ Parliament Watch (https://parliamentwatch.wevis.info) ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลการทำหน้าที่ลงมติในกระบวนการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ รวมทั้งการเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภา อีกทั้งการศึกษานโยบายของพรรคการเมืองก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยสำนักข่าว ThaiPBS ได้จัดทำเว็บไซต์ Policy Watch (https://policywatch.thaipbs.or.th/เลือกตั้ง69) เพื่อรวบรวมนโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ ไว้ให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก นอกจากนั้นแล้วในช่วงการรณรงค์เลือกตั้งหลายหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงภาคสื่อมวลชนยังมีการจัดเวทีดีเบต เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้สมัครนำเสนอนโยบายและวิสัยทัศน์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ล้วนช่วยให้การตัดสินใจของประชาชนอยู่บนฐานข้อมูลและเหตุผล มากกว่าความรู้สึกหรืออิทธิพลภายนอก
ประการที่สอง การปฏิเสธการซื้อเสียง และการกล้าแจ้งเบาะแสเมื่อพบเห็นการทุจริตในการเลือกตั้ง ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเลือกตั้งที่โปร่งใส การรับเงินหรือผลประโยชน์เพื่อตอบแทนการลงคะแนนไม่เพียงบิดเบือนเจตจำนงของประชาชน และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการทุจริตในระยะยาว สำนักงาน กกต. ได้จัดให้มีช่องทางรับแจ้งเบาะแสหลายรูปแบบ เช่น แอปพลิเคชัน “ตาสับปะรด” สายด่วน กกต. 1444 หรือการแจ้งเรื่องโดยตรงที่สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัด ช่องทางเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนคือกลไกสำคัญในการป้องปรามการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง
ประการที่สาม ในช่วงการเลือกตั้งประชาชนยังสามารถมีส่วนร่วมกับภาคประชาสังคมในฐานะอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความโปร่งใส เช่น การเป็นอาสาสมัครกับเครือข่าย We Watch ที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังและตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งในทุกขั้นตอน ตัวอย่าง กรณีการสวมสิทธิเลือกตั้ง อบจ. สมุทรปราการ ปี 2568 อาสาสมัคร We Watch ได้รายงานเหตุผู้มีสิทธิเลือกตั้งพบว่ามีผู้อื่นลงชื่อและใช้สิทธิแทนตนก่อนแล้ว ผู้เสียหายมีการโต้แย้งต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และประสานงานเจ้าหน้าที่ กกต. เข้าตรวจสอบ จนสามารถออกบัตรใหม่ใช้สิทธิได้ อย่างไรก็ตาม คะแนนที่ถูกสาวสิทธิไปก่อนหน้างคงถูกนับรวมในหีบเลือกตั้ง กรณีดังกล่าวสะท้อนพฤติกรรมที่ส่อเจตนาทุจริตและกระทบต่อสิทธิของประชาชนอย่างชัดเจน ซึ่งต่อมา We Watch ได้จัดทำข้อเรียกร้องเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการตรวจสอบและปรับปรุงมาตรการป้องกันต่อไป
อย่างไรก็ตาม บทบาทของประชาชนไม่ได้สิ้นสุดลงหลังปิดหีบเลือกตั้ง แต่ต้องต่อเนื่องไปถึงการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการทำหน้าที่ของผู้แทนที่ได้รับเลือก ผ่านการตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ เช่น โครงการก่อสร้างหรือซ่อมแซมถนน โครงการขุดลอกคลอง หรือการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ปัจจุบันประชาชนสามารถใช้เครื่องมือ ACT Ai ผ่านเว็บไซต์ https://actai.co/ เพื่อเข้าถึงข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และใช้ประกอบการพิจารณาความคุ้มค่า ความโปร่งใส และความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้อง หากพบความผิดปกติหรือข้อสงสัย ยังสามารถแจ้งเบาะแสต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงาน ป.ป.ช. หรือช่องทางอย่าง Corruption Watch ทาง LINE @corruptionwatch และเพจ “ต้องแฉ (Must Share)” ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนแจ้งข้อมูลโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน พร้อมมีทีมงานประสานส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามความคืบหน้าให้ผู้แจ้งได้รับทราบ
บทบาทของประชาชนในการเลือกตั้งปี 2569 ไม่ควรถูกมองว่าเป็นจุดสิ้นสุดของการมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ประชาชนตื่นรู้ ใช้สิทธิ์อย่างมีคุณภาพ และร่วมตรวจสอบอำนาจอย่างต่อเนื่อง เมื่อประชาชนลุกขึ้นมีส่วนร่วมในทางการเมืองย่อมกลายเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความโปร่งใสให้เกิดในสังคม
บทความคิดด้วยพลเมือง ตอน 2569 ปีแห่งการเลือกตั้ง กับบทบาทพลเมืองในการสร้างความโปร่งใส
โดย พัชรี ตรีพรม

Author
Patcharee Treeprom
ผู้จัดการโครงการ ทำงานสร้างความร่วมมือกับภาคีเพื่อขับเคลื่อนงานด้านธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชัน เวลาว่างต้องพาหมาน้องแจ็คไปเข้าสังคมที่สวนรถไฟ