รู้หรือไม่ ? รัฐบาลทันสมัยช่วยประหยัดเวลาได้กว่า 820 ปี

20.10.2025

สรุปประเด็น

จากประเทศหลังเล็ก ๆ ที่เพิ่งได้รับเอกราชในปี 1991 เอสโตเนียกลับกลายเป็น “รัฐดิจิทัลชั้นนำของโลก” ภายในเวลาเพียง 30 ปีที่เปลี่ยนทุกบริการภาครัฐให้เข้าถึงได้ออนไลน์ 99% ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลกลางอย่าง X-Road และบัตรประชาชนดิจิทัล eID ที่พลิกโฉมความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนให้โปร่งใส มีส่วนร่วม และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม บทเรียนจากเอสโตเนียสะท้อนว่า “รัฐดิจิทัลที่แท้จริง” ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก การเปิดให้ทุกภาคส่วนร่วมออกแบบตั้งแต่นักวิชาการ ภาคเอกชน ไปจนถึงประชาชนทั่วไป

เอสโตเนีย : จากประเทศเกิดใหม่ สู่ต้นแบบ “รัฐบาลดิจิทัล” ที่โปร่งใสและมีส่วนร่วม


จุดเริ่มต้นจากศูนย์

ในปี 1991 ประเทศเล็ก ๆ อย่างเอสโตเนียเพิ่งได้รับเอกราชจากสหภาพโซเวียต เป็นประเทศเกิดใหม่ที่มีระบบราชการล้าหลัง ขาดความโปร่งใส และรัฐบาลยังขาดความเชื่อใจจากประชาชน

แต่แค่ 30 ปี เอสโตเนียกลับขึ้นแท่น “รัฐบาลดิจิทัลชั้นนำของโลก”

พวกเขาทำได้อย่างไร ?


Digital by Default : เมื่อทุกบริการรัฐต้องเข้าถึงได้ออนไลน์

รัฐบาลเอสโตเนียเริ่มจากนโยบาย “Digital by Default”

ทุกบริการภาครัฐต้องเข้าถึงได้ทางออนไลน์เป็นหลัก จากนั้นจึงสร้างระบบ X-Road ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน ทำให้บริการรัฐสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

ที่สำคัญคือ… ไม่ใช่แค่ “รัฐทำเอง” แต่เปิดให้ประชาชน นักวิชาการ เอกชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น


“Today I Decide” : เมื่อเสียงประชาชนมีที่ให้พูด

ในปี 2001 รัฐบาลยังเปิดตัวเครื่องมือออนไลน์ชื่อ “Today I Decide”

เพื่อให้ประชาชนเสนอความคิดเห็นต่อระบบรัฐ ถือเป็นก้าวแรกของการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับภาครัฐ


e-Estonia Council : ร่วมออกแบบระบบกับผู้เชี่ยวชาญ

ในการพัฒนาสังคมดิจิทัล

รัฐบาลเอสโตเนียเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนักวิชาการเข้ามาร่วมออกแบบระบบผ่าน “e-Estonia Council” ซึ่งมีหน้าที่พัฒนาระบบบัตรประชาชนดิจิทัล (eID) ที่ใช้ยืนยันตัวตนเพื่อเข้าถึงบริการรัฐ ตั้งแต่

  • การยื่นภาษี
  • ขอใบสั่งยา
  • จดทะเบียนบริษัท
  • ไปจนถึงการเลือกตั้งออนไลน์


รัฐ + เอกชน = ระบบที่เข้มแข็ง

นอกจากนี้รัฐได้ชวนภาคเอกชน โดยเฉพาะ ธนาคาร และ บริษัทโทรคมนาคม เข้ามามีบทบาทด้วย เช่น ร่วมพัฒนาโครงการ Tiger’s Leap ที่กระจายคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ สนับสนุนกลุ่ม Look@World ที่ฝึกอบรมประชาชนกว่าแสนคนให้มีทักษะดิจิทัลพื้นฐาน


ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

  • บริการภาครัฐกว่า 99% อยู่บนระบบออนไลน์ ประชาชนสามารถเข้าถึงทุกบริการได้ทุกที่
  • มีระบบ เลือกตั้งออนไลน์ (i-Voting) ตั้งแต่ปี 2005 ประชาชนกว่า 1 ใน 3 ใช้สิทธิผ่านช่องทางนี้
  • บัตร eID ถูกใช้ทำธุรกรรมกว่า 500 ล้านครั้งต่อปี ใช้เซ็นเอกสาร ยืนยันตัวตน จดทะเบียนบริษัท ฯลฯ
  • ระบบดิจิทัลช่วย ประหยัดเวลาได้กว่า 820 ปี/ปี เพราะรัฐและประชาชนไม่ต้องเสียเวลากับเอกสารหรือการเดินทาง
  • ประชาชนรู้ว่า ใครเข้าดูข้อมูลของตัวเอง และสามารถคัดค้านได้ถ้าถูกใช้โดยมิชอบ


แล้วไทยเรียนรู้อะไรได้บ้าง ?

ปัจจุบันรัฐไทยเองก็มีความก้าวหน้า เช่น

  • บัตรประชาชนออนไลน์ (ThaiID)
  • แอป เป๋าตัง ที่ใช้รับสวัสดิการของรัฐ

แต่เรายังมีหลายอย่างที่ต้องปรับปรุง เช่น

  • ระบบข้อมูลของหน่วยงานรัฐที่ยัง ไม่เชื่อมโยงกัน
  • การเปิดข้อมูลที่ยัง ไม่เป็นมาตรฐานสากล
  • การส่งเสริมให้คนในพื้นที่ห่างไกล เข้าถึงสวัสดิการรัฐ

และถ้าเราทุกคนมีส่วนร่วม

ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบ จับตาดู หรือแค่ส่งเสียงเล็ก ๆ

ก็ช่วยผลักดันให้รัฐไทยโปร่งใสขึ้นได้

------------------------------------

ที่มา :

  • Estonia’s Digital X Road: e-Revolution ของประเทศเอสโตเนีย :

 https://bit.ly/4nib7SL

  • e-Estonia, the information society since 1997 : 

http://bit.ly/3J5e1Mz

  •  Finally 100% Digital: Estonia’s 30-Year Journey from the USSR to e-Estonia : 

https://bit.ly/3IRBCQQ


ที่มาภาพ :

https://bit.ly/46YoPoS

------------------------------------

บทความภายใต้คอลลัมน์ Transparenvenger โดย HAND Social Enterprise

SHARE:

TAG ที่เกี่ยวข้อง:

GovernanceTransparency Transparenvenger

Author

Admin

HAND Social Enterprise วิสาหกิจเพื่อสังคมที่มีเป้าหมายสร้างเสริมธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชัน สู่เป้าหมายการสร้างเครือข่ายและกลไกสังคมปลอดโกง