ITA ภาพลวงตาแห่งความโปร่งใสแบบ Made in Thailand รัฐไทยทำโชว์

10.09.2025

สรุปประเด็น

แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐไทยจะได้คะแนน ITA (ดัชนีวัดคุณธรรมและความโปร่งใส) สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนดูเหมือนว่าสะท้อนถึงความโปร่งใสที่พัฒนาไปในทางที่ดี แต่เมื่อพิจารณาคะแนน CPI ซึ่งสะท้อนการรับรู้การทุจริตจากประชาชนและต่างประเทศ กลับพบว่าคะแนนของไทยยังคงต่ำ และในบางปีลดลง สะท้อนความขัดแย้งระหว่าง "ตัวเลข" กับ "ความเป็นจริง" 

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ITA อาจเป็นเพียงเครื่องมือที่วัดเพียงตัวเลข แต่ไม่ได้วัดความโปร่งใสที่เกิดขึ้นจริง โดยยกตัวอย่างกรณีตึกถล่มจากโครงสร้างที่อาจไม่แข็งแรงของสำนักงานการตรวจเงินแผ่น หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่กลับได้คะแนน ITA สูง และกรณีนายก อบจ. มุกดาหาร เรียกรับสินบนจากคู่สัญญาจำนวน 200,000 บาท สะท้อนปัญหาเชิงระบบที่ซ่อนอยู่ 

ผู้เขียนจึงได้เสนอการปรับปรุงกระบวนการประเมิน IIT/EIT ให้ปลอดภัยและสะท้อนความเห็นจริงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงการเปลี่ยนเกณฑ์ OIT ให้เน้นคุณภาพและการใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่มีข้อมูลแสดงไว้บนเว็บไซต์เท่านั้น หากไม่มีการปรับเครื่องมือนี้ และไม่กล้าเปลี่ยนโครงสร้างราชการที่เอื้อให้เกิดการทุจริต ความโปร่งใสของไทยก็จะยังคงเป็นเพียงภาพลวงตาแบบ Made in Thailand ที่รัฐผลิตขึ้นมาเพื่อโชว์เท่านั้น 

ITA ภาพลวงตาแห่งความโปร่งใสแบบ Made in Thailand รัฐไทยทำโชว์

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพยายามใช้ ITA (Integrity and Transparency Assessment) หรือ “ดัชนีวัดคุณธรรมและความโปร่งใส” เป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบและกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐมีความโปร่งใสมากขึ้น ทั้งยังให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ประเด็นที่ 21 เรื่องการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI: Corruption Perceptions Index) ของประเทศในระยะยาว

 

ITA วัดอะไร และประเมินอย่างไร ? 


การประเมิน ITA ดำเนินการโดยสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งจะถูกประเมินในด้านเอกสาร ขั้นตอนการทำงาน และความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่ภายใน รวมทั้งเสียงสะท้อนจากผู้รับบริการ โดยมีการเก็บข้อมูลออกเป็น 3 ส่วน คือ 

  1. Internal Integrity and Transparency Assessment (IIT) – การประเมินจากบุคลากรภายใน 
  2. External Integrity and Transparency Assessment (EIT) – การประเมินจากผู้รับบริการ 
  3. Open Data Integrity and Transparency Assessment (OIT) – การประเมินการเปิดเผยข้อมูล 


คะแนน ITA สูงขึ้น แต่ทำไมภาพลักษณ์ประเทศไม่ดีขึ้น ? 


หากดูเพียงตัวเลข ITA ดูเหมือนประเทศไทยจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นแบบ Amazing Thailand ตามความพยายามที่ทุ่มเทที่อยากจะโปร่งใส จากเว็บไซต์สำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ของ ป.ป.ช. ระบุว่า คะแนน ITA เฉลี่ยของประเทศเพิ่มขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปี 2568 ได้คะแนนถึง 93.82 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ “ผ่านดี” เกือบทุกมิติ 

แต่เมื่อลองเปรียบเทียบกับ CPI (Corruption Perceptions Index) ซึ่งเป็นดัชนีสะท้อนการรับรู้การทุจริตที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) กลับพบความย้อนแย้งว่าในช่วงตลอด 5 ปีที่ผ่านมา คะแนน CPI ของไทยแทบไม่ขยับจาก 35–36 คะแนน และในปี 2567 ยังลดลงเหลือ 34 คะแนน รั้งอันดับที่ 107 จาก 180 ประเทศ 


ITA คะแนนดี เพราะอะไร? แล้วสะท้อน “ความจริง” หรือแค่ “ความเรียบร้อย” ? 


จากข้อมูลที่เพจ "data viz" นำเสนอภาพสรุปข้อมูลการประเมินคะแนน ITA ปี 2568 หน่วยงานภาครัฐที่ได้รับการประเมินกว่า 8,000 หน่วยงานนั้น มีหน่วยงานที่ได้คะแนนมากกว่า 90 คะแนนเต็ม 100 คะแนนมากถึงกว่า 6,000 หน่วยงาน (คิดเป็นร้อยละ 82%) และมีถึง 9 หน่วยงานที่ได้ 100 คะแนนเต็ม นี่สะท้อนถึงความโปร่งใสที่สมบูรณ์แบบในเชิงตัวเลข แต่เมื่อพิจารณาข่าวสารและเหตุการณ์การทุจริตที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยกลับพบว่า สถานการณ์จริงกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง 


ตัวอย่างคดีจริง ที่ท้าทาย “ภาพสวย” ของ ITA 


อาคาร 2 พันล้าน ของ สตง. ถล่ม หลังเหตุแผ่นดินไหว เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ทำให้เกิดความเสียหายหลายจุดในประเทศไทย แต่สิ่งที่สร้างความตกตะลึงคือ อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังก่อสร้างในกรุงเทพฯ กลับเป็นอาคารแห่งเดียวที่พังถล่มลงมา สร้างข้อกังขาว่าโครงการก่อสร้างที่ใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลนั้นมีความโปร่งใสจริงหรือไม่ ทั้งที่หน่วยงานนี้เองมีหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบความสุจริตของรัฐ และการประเมิน ITA ในปี 2568 สตง. ก็ได้คว้าอันดับ 1 องค์กรอิสระโปร่งใสสูงสุด ด้วย 94.64 คะแนน 

นายก อบจ. มุกดาหาร เรียกรับสินบนจากคู่สัญญา เพียงไม่กี่วันหลังประกาศผลการประเมิน ITA ก็มีข่าวดังว่า นายก อบจ. แห่งหนึ่งในภาคอีสาน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าจับกุม พร้อมเงินสดจำนวน 200,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่เรียกรับจากผู้รับเหมาที่เป็นคู่สัญญา โดยมีการข่มขู่ว่าหากไม่จ่ายส่วนนี้ จะถูกกลั่นแกล้งให้ตรวจสอบว่าโครงการก่อสร้างที่ทำเสร็จแล้วนั้นไม่ได้มาตรฐาน และไม่อนุญาตให้เบิกจ่ายงบประมาณจากรัฐ  

เหตุการณ์จริงเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญตามมาว่า หากเครื่องมือการประเมินไม่สามารถสะท้อนความเป็นจริงได้ เราจะยังใช้ข้อมูลเหล่านั้นเป็นหลักในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันได้จริงหรือ ? ยิ่งไปกว่านั้น การที่ภาครัฐมุ่งยึดติดกับคะแนน ITA ที่สูงขึ้นทุกปี อาจกลายเป็นดาบสองคม สร้างเพียงภาพลวงว่ารัฐโปร่งใส แต่ละเลยปัญหาที่ฝังรากลึกในโครงสร้างราชการและระบบอำนาจ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คะแนน CPI ของไทยไม่ขยับ และยังบั่นทอนความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ 


มุ่งแก้ไขเชิงระบบ ไม่ใช่แค่ตัวเลข  


สิ่งที่หน่วยงานภาครัฐควรทำไม่ใช่เพียง “รักษาคะแนน ITA ให้สูง” แต่ต้องหันกลับมาทบทวนว่าตัวชี้วัดที่มีอยู่สะท้อนความจริงได้เพียงใด ผู้เขียนขอเสนอแนวทางการปรับปรุงเพื่อยกระดับเครื่องมือให้มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือมากขึ้น  

ดังนี้ส่วนที่ 1 การปรับปรุงคุณภาพการประเมิน IIT และ EIT ควรสร้างกลไกการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ตอบแบบสอบถามสามารถให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมาได้โดยไม่มีความกังวลหรือ “เกรงใจเจ้านาย” นอกจากนี้ ควรเพิ่มช่องทางการเก็บข้อมูลที่หลากหลายที่ประชาชนมีส่วนร่วม เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลจากการร้องเรียนเรื่องส่อทุจริตหรือความไม่โปร่งใสในการดำเนินการต่าง ๆ ระหว่างหน่วยงานกับประชาชน หรือการใช้ข้อมูลจากหน่วยงานอิสระที่ตรวจสอบการทุจริต ซึ่งแตกต่างจากการประเมิน EIT ที่ใช้วิธี “สุ่มตัวอย่าง” และ “แบบสอบถาม” ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเพียงอย่างเดียว ข้อมูลที่ได้อาจไม่สามารถสะท้อนปัญหาที่แท้จริง และผู้ตอบอาจให้ข้อมูลที่เป็นบวกเพราะไม่ได้มีประสบการณ์เชิงลบที่ชัดเจน หรือคำถามอาจไม่ได้ครอบคลุมประเด็นปัญหาที่ซับซ้อน ดังนั้นการใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง จากเหตุการณ์ที่ผู้ตอบแบบสอบถามเจอโดยตรง จะเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สะท้อนปัญหาที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าการประเมินแบบสำรวจแบบที่มีอยู่ 

ส่วนที่ 2 การเปลี่ยนเกณฑ์ประเมิน OIT สู่มาตรฐานสากล ควรเปลี่ยนเกณฑ์การประเมินจากแค่ "การมี" เป็น "การใช้ข้อมูลได้จริง" โดยยึดหลักการสากล Open Government Data ของ OECD โดยพิจารณาว่าข้อมูลที่เปิดเผยนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ และเป็นข้อมูลที่ทันสมัย สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและภาคประชาสังคมในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณหรือการดำเนินงานของภาครัฐได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ติดป้ายประกาศเชิงสัญลักษณ์อย่างนโยบาย No gift policy ที่ไม่มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง แต่มีแค่ประกาศไว้ก็ผ่านเกณฑ์ประเมินแล้ว 


สรุป: ความโปร่งใสไม่ควรเป็นแค่เปลือกที่รัฐผลิตขึ้นโชว์ 


คะแนน ITA ที่สวยหรูของไทยอาจทำให้เราดูเหมือนเป็นรัฐที่โปร่งใส แต่ความเป็นจริงที่สะท้อนจากผลคะแนน CPI และประสบการณ์จริงของประชาชน กลับสะท้อนว่าเครื่องมือวัดความโปร่งใสของรัฐไทยยังคงเป็นเพียงภาพลวงตาแห่งความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐที่สร้างขึ้นบนกระดาษ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “แบบประเมิน” เพียงอย่างเดียว แต่คือโครงสร้างอำนาจและวัฒนธรรมการทำงานที่เอื้อให้เกิดการทุจริต 

หากรัฐยังคงใช้ ITA เป็นเพียงเครื่องประดับทางภาพลักษณ์ และไม่กล้าแก้ไขปัญหาเชิงระบบ ตั้งแต่การสร้างความโปร่งใสด้วยการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานสากล ไปจนถึงการสร้างกลไกการมีส่วนร่วมและการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ประเทศไทยของเราก็จะยังติดกับดัก “Made in Thailand ความโปร่งใสที่รัฐผลิตขึ้นเองเพื่อโชว์ แต่ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและแก้ไขรากเหง้าของการคอร์รัปชันได้เลย” 


------------------------------------

อ้างอิง

  • นักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.). (2568). ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. สืบค้นเมื่อ 29 สิงหาคม 2568, จาก https://itas.nacc.go.th/report/rpt0202?IsPublic=True 
  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.). (2565). คู่มือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA). สืบค้นเมื่อ 29 สิงหาคม 2568, จาก https://nacc.go.th/categorydetail/2020091618461168/20220627144705 
  • https://www.facebook.com/share/p/1AakwntukF/ 
  • https://www.facebook.com/share/p/1FxMgafJgo/ 
  • https://www.facebook.com/share/p/1GiSeoa2sm/

ที่มาภาพ

  • http://bit.ly/46xNZJm
  • http://bit.ly/47Qfm3P

------------------------------------

บทความคิดด้วยพลเมือง ตอน เมื่อ ITA อาจไม่สะท้อนความจริงด้านความโปร่งใส ชวนหาทางแก้ไขปัญหาเชิงระบบ ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลข

โดย : รักษ์ป่า อู่สุวรรณ HAND Social Enterprise

Author

Rakpa Ousuvan

ผู้ประสานงานโครงการที่คิดว่าการเปิดโปงเคสทุจริต เฝ้าระวังจับผิดคนโกงเงินแผ่นดินคืองานเท่เหมือนหน้าตา เพราะกอบกู้ศักดิ์ศรีพลเมืองและผลประโยชน์ประชาชน