"สินบน" ต้นทุนแฝงที่อาจทำให้ไทยแข่งขันกับใครไม่ได้

27.05.2026
สรุปประเด็น
บทความนี้จะพาผู้อ่านสำรวจว่า “คอร์รัปชัน” ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านจริยธรรมหรือการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่ยังเป็น “ต้นทุนทางเศรษฐกิจ” ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การลงทุน และการเติบโตของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในรูปแบบของสินบนที่แฝงตัวอยู่ในกระบวนการอนุมัติ อนุญาต และการติดต่อราชการในหลากหลายมิติ
ผู้อ่านจะได้ทำความเข้าใจผลกระทบของต้นทุนคอร์รัปชันต่อภาคเอกชน ผู้ประกอบการ SMEs ผู้บริโภค และนักลงทุน ตลอดจนเห็นภาพว่าทำไมประเทศที่สามารถลดปัญหาคอร์รัปชันและสร้างระบบราชการที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และคาดการณ์ได้ จึงมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากกว่าประเทศที่ยังปล่อยให้สินบนกลายเป็นต้นทุนปกติของการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ บทความยังชวนวิเคราะห์สาเหตุเชิงโครงสร้างที่ทำให้ปัญหาสินบนยังคงดำรงอยู่ ตั้งแต่การใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ กระบวนการอนุมัติที่ซับซ้อน การขาดความโปร่งใส ไปจนถึงข้อจำกัดในการติดตามตรวจสอบ พร้อมนำเสนอแนวทางปฏิรูปภาครัฐผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การเปิดเผยข้อมูล และการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่แข่งขันได้อย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเอื้อต่อการลงทุนในระยะยาว
ท้ายที่สุด บทความต้องการสะท้อนมุมมองว่า การต่อต้านคอร์รัปชันไม่ใช่เพียงวาระด้านคุณธรรมของสังคม แต่เป็นวาระทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ เพราะการลดต้นทุนคอร์รัปชันคือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความเชื่อมั่น และเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพในระยะยาว
ในวันที่ประเทศไทยกำลังพูดถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การดึงดูดการลงทุน และการทำให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตอย่างมีศักยภาพ คำถามหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ เรากำลังแพ้เพราะต้นทุนอะไร ต้นทุนค่าแรง ต้นทุนพลังงาน ต้นทุนการเงิน หรือแท้จริงแล้วมี “ต้นทุนแฝง” อีกชนิดหนึ่งที่กัดกินเศรษฐกิจไทยมานาน นั่นคือ “สินบน” ซึ่งไม่ได้ปรากฏอยู่ในงบดุลของบริษัท แต่ซ่อนอยู่ในทุกขั้นตอนของการขออนุญาต การตรวจสอบ การนำเข้า-ส่งออการก่อสร้าง การขนส่ง และการติดต่อราชการแทบทุกมิติ
ข้อมูลจากภาคเอกชนที่เปิดเผยในช่วงที่ผ่านมา โดยคณะทำงาน Zero Corruption ของ กกร. และเครือข่าย “เพื่อนไม่ทน” สะท้อนภาพที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ผลสำรวจผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ 401 รายทั่วประเทศ พบว่า 89.1% มองว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจในระดับปานกลางถึงมากที่สุด ขณะที่ 51.2% เห็นว่าสถานการณ์คอร์รัปชันแย่ลงเมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน และ 51% ระบุว่าความยุ่งยากในการติดต่อราชการเพิ่มขึ้น ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียง “ความรู้สึก” ของภาคธุรกิจ แต่เป็นสัญญาณว่าระบบราชการจำนวนไม่น้อยกำลังกลายเป็นด่านต้นทุน มากกว่าจะเป็นกลไกอำนวยความสะดวกให้เศรษฐกิจเดินหน้า
เมื่อสินบนกลายเป็นต้นทุน ธุรกิจย่อมต้องหาทางส่งผ่านต้นทุนนี้ไปยังราคาสินค้าและบริการ ผู้บริโภคจึงเป็นผู้จ่ายในท้ายที่สุด แต่ผลเสียไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะสินบนยังทำลายการแข่งขันที่เป็นธรรม ธุรกิจที่เก่งกว่า มีนวัตกรรมมากกว่า หรือทำถูกต้องตามกฎหมาย อาจแพ้ธุรกิจที่รู้จัก “จ่ายเป็น” หรือมีเครือข่ายกับผู้มีอำนาจ SMEs ที่ไม่มีสายสัมพันธ์หรือไม่มีเงินพิเศษจ่ายย่อมเสียเปรียบ นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการกฎกติกาชัดเจนก็อาจเลือกไปประเทศอื่นแทน เมื่อเป็นเช่นนี้ ประเทศไทยจึงไม่ได้เสียแค่เงินใต้โต๊ะ แต่เสียทั้งโอกาส การลงทุน ความเชื่อมั่น และอนาคตทางเศรษฐกิจ
หากมองไปยังประเทศคู่แข่งในภูมิภาค จะเห็นว่าหลายประเทศกำลังพยายามลดต้นทุนคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เวียดนามเดินหน้าปราบคอร์รัปชันผ่านแคมเปญขนาดใหญ่ มีการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ระดับสูงและขยายการบังคับใช้ไปถึงภาคเอกชน ขณะเดียวกัน มาเลเซียก็พยายามยกระดับกลไกต่อต้านคอร์รัปชันและฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนหลังเผชิญคดีใหญ่ในอดีต ประเทศเหล่านี้เข้าใจว่า การแข่งขันในโลกยุคใหม่ไม่ได้วัดกันเพียงค่าแรงถูกหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ยังวัดกันที่ความแน่นอนของกติกา ความโปร่งใสของรัฐ และความเร็วในการทำธุรกิจ หากไทยยังปล่อยให้สินบนเป็น “ภาษีเถื่อน” ที่ธุรกิจต้องจ่าย เราก็ยากจะแข่งขันกับใครได้จริง
ทางออกจึงไม่ควรหยุดอยู่ที่การรณรงค์หรือการขอความร่วมมือ เพราะปัญหาสินบนจำนวนมากเกิดจากโครงสร้างที่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจสูงเกินไป กระบวนการอนุมัติอนุญาตไม่ชัดเจน เอกสารซ้ำซ้อน ระยะเวลาพิจารณาไม่แน่นอน และประชาชนไม่รู้ว่าคำขอของตนติดอยู่ที่ใคร ขั้นตอนไหน ด้วยเหตุผลใด เมื่อระบบเปิดช่องให้ “เตะถ่วง” ได้ สินบนก็กลายเป็นเครื่องมือซื้อความเร็ว ซื้อความแน่นอน หรือซื้อการไม่ถูกกลั่นแกล้ง การแก้ปัญหาจึงต้องเริ่มจากการลดพื้นที่สีเทาเหล่านี้ให้มากที่สุด
ข้อเสนอสำคัญคือ รัฐต้องปฏิรูปเชิงโครงสร้างโดยนำเทคโนโลยีมาแทนดุลยพินิจให้มากขึ้น งานอนุมัติ อนุญาต และตรวจสอบควรถูกย้ายเข้าสู่ระบบดิจิทัลที่ติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ กำหนดกรอบเวลาพิจารณาที่ชัดเจน และควรใช้หลักเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับการตีความของแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ ควรเปิดเผยข้อมูลสถิติการอนุมัติ ระยะเวลาพิจารณา จำนวนคำขอที่ถูกปฏิเสธ และเหตุผลในการปฏิเสธต่อสาธารณะ เพื่อให้สังคมตรวจสอบได้ หากประเทศไทยต้องการกลับมาแข่งขันได้จริง การปราบสินบนไม่ใช่เพียงวาระด้านศีลธรรม แต่คือวาระเศรษฐกิจแห่งชาติ เพราะตราบใดที่สินบนยังเป็นต้นทุนปกติของการทำธุรกิจ ไทยก็จะโตช้า แพงกว่า ไม่แน่นอนกว่า และน่าลงทุนน้อยกว่าประเทศคู่แข่งต่อไป
บทความคิดด้วยพลเมือง
ตอน "สินบน" ต้นทุนแฝงที่อาจทำให้ไทยแข่งขันกับใครไม่ได้
โดย ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก

Author
Suppawit Kaewkhunok
ผู้จัดการมือใหม่ บุคลิก ENFJ ที่อยากใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและพลังงาน หลงใหลการเดินทางในดินแดนชมพูทวีปและจงกั๋ว และไม่กลัวที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ