เยาวชนกับการต่อต้านคอร์รัปชัน: เราจะปลูกฝังคนรุ่นใหม่ให้โตมาโดยไม่ยอมรับความผิดปกติได้อย่างไร

17.09.2025
สรุปประเด็น
บทความนี้สำรวจและตั้งคำถามต่อ ทัศนคติของเยาวชนไทยที่มีต่อการทุจริต โดยอ้างอิงทั้งจากประสบการณ์ภาคสนามและงานวิจัยที่พบว่า เยาวชนจำนวนมากมองว่าพฤติกรรมทุจริตเป็นเรื่องปกติ และไม่ใช่สิ่งผิดร้ายแรง โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในบริบทที่เอื้อผลประโยชน์ให้ตัวเองหรือครอบครัว ทัศนคตินี้นำมาซึ่งความเสี่ยงเชิงโครงสร้างหากไม่มีการปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ
อย่างไรก็ตาม บทความนี้ไม่ได้มองเยาวชนในแง่ลบเพียงอย่างเดียว แต่ชี้ให้เห็น พลังและศักยภาพของคนรุ่นใหม่ ที่เริ่มลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวทางสังคม สร้างพื้นที่ความคิด และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะผ่านแฮชแท็กในโซเชียลมีเดีย หรือการเข้าร่วมเวทีฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการระดับประเทศและระดับโลก เช่น โครงการ Open Parliament Workshop และ YouthLED ของ UNODC
บทความยังกล่าวถึงบทบาทของสถาบัน ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และองค์กรต่าง ๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการ สร้างระบบนิเวศการต่อต้านคอร์รัปชันที่ยั่งยืน ผ่านการเปิดพื้นที่ ปลูกฝังค่านิยม และการมีส่วนร่วมของเยาวชน โดยมีข้อเสนอว่าหากเราให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ ตั้งคำถาม และลงมือเปลี่ยนแปลง เสียงของพวกเขาจะไม่ใช่แค่เสียงสะท้อน แต่คือแรงผลักดันที่ทรงพลังที่สุดของสังคมในอนาคต
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้เขียนมีโอกาสได้ลงพื้นที่ในหลายจังหวัดและพูดคุยกับเยาวชน พบว่าหลายคนมองคอร์รัปชันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในสังคมไทย พฤติกรรมการทุจริตถูกมองว่าเป็นเรื่อง “ปกติ” และ “แก้ไขได้ยาก” ไม่ว่าจะเป็นการให้สินบน การฮั้วประมูล การซื้อสิทธิขายเสียง การเล่นพรรคเล่นพวก หรือการใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ และหากผู้กระทำผิดเป็นผู้มีอำนาจ ฐานะร่ำรวย หรือมีเส้นสาย มักรอดจากบทลงโทษทางกฎหมาย
งานวิจัยและรายงานศึกษาหลายชิ้นสะท้อนมุมมองที่คล้ายกัน โดยจากรายงานของ มูลนิธิเพื่อคนไทย (2014) พบว่า เยาวชนจำนวนมากมีพฤติกรรมทุจริตและมองว่าไม่ใช่เรื่องผิดร้ายแรง จากเหตุการณ์สมมุติ เยาวชน 25% ยินดีจ่ายสินบนเพื่อสอบใบขับขี่ให้ผ่าน, 18% เคยให้เงินตำรวจเพื่อเลี่ยงใบสั่ง, 81% เคยลอกข้อสอบเพื่อน และ 63% เคยลงชื่อเข้าเรียนแทนผู้อื่น โดยกว่า 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าพฤติกรรมเหล่านี้ “ไม่ผิดมาก” หรือ “ไม่ผิดเลย”
นอกจากนี้ รายงาน Youth Integrity Survey (2014) ขององค์กร Transparency International ซึ่งสำรวจเยาวชนและคนหนุ่มสาวอายุ 15-30 ปี ในฟิจิ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และศรีลังกา พบว่า โดยเฉลี่ย 72% ของเยาวชนยอมรับว่าตนเองอาจทำพฤติกรรมทุจริต หากได้รับประโยชน์ส่วนตัว เช่น ให้ญาติหรือคนรู้จักช่วยหางานหรือช่วยให้เข้าศึกษา และมีเยาวชนระหว่าง 14%-52% ที่เชื่อว่าการโกหก โกง ทำผิดกฎหมาย หรือทุจริต อาจช่วยให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้
แม้งานวิจัยข้างต้นจะเป็นงานวิจัยตั้งแต่ปี 2014 แต่ก็ได้ชี้ให้เห็นแนวคิดหรือทัศคติที่ยังคงเห็นได้ในปัจจุบัน หากเยาวชนเติบโตขึ้นไปพร้อมทัศนคติที่ว่า การโกงเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ เมื่อพวกเขาเข้าสู่ตำแหน่งหน้าที่การงาน ก็มีโอกาสที่จะสืบทอดพฤติกรรมทุจริตต่อไป ส่งผลให้การทุจริตคอร์รัปชันฝังรากลึกในสถาบันต่าง ๆ มากขึ้น จนยากที่จะแก้ไข
อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ เราก็สามารถเห็นการต่อต้าน หรือ Social Movement ที่เกิดขึ้นจากเยาวชนได้เช่นกัน เช่น การติดแฮชแท็กในเอ็กซ์หรือทวิตเตอร์ #โรงเรียนดังย่านฝั่งธน #savebcc ที่สะท้อนถึงการแสดงออกของกลุ่มเยาวชนที่ต้องการให้สังคมทราบถึงสิ่งที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นในโรงเรียน
ดังนั้น การทำความเข้าใจทัศนคติที่หลากหลายของเยาวชนต่อปัญหาคอร์รัปชันจึงมีความสำคัญในการช่วยสะท้อนให้เห็นทั้งความเสี่ยงของการสืบทอดพฤติกรรมทุจริต และโอกาสในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก หากสังคมสามารถสร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงออกทางความคิด ควบคู่กับการปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์และการมีส่วนร่วม ก็ย่อมเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศการต่อต้านคอร์รัปชันให้ยั่งยืน
เพื่อรักษาให้เสียงเหล่านี้ยังคงอยู่ งานวิจัยชี้ว่า การปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้แก่เยาวชนเป็นอีกกระบวนการที่ได้รับการศึกษาว่ามีประสิทธิภาพและยั่งยืน (นภสร ณ ป้อมเพชร และ ขวัญใจ จริยาทัศน์กร, 2568) โดยการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้การต่อต้านคอร์รัปชัน ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างองค์ความรู้ และมีเครื่องมือหรือนวัตกรรมเข้ามาช่วยสนับสนุนการตรวจสอบจะช่วยส่งเสริมกลไกการต่อต้านคอร์รัปชันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (ธานี ชัยวัฒน์ และคณะ, 2563)
ดังนั้น เพื่อสร้างระบบนิเวศการต่อต้านการคอร์รัปชันที่มีประสิทธิภาพ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานจากหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน หรือองค์กรไม่แสวงผลกำไร ได้ร่วมกันผลักดันและปลูกฝังค่านิยมการต่อต้านการทุจริตในกลุ่มเยาวชน ผ่านแนวทางการเสริมสร้างองค์ความรู้ และการเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน โดยอาศัยพลังจากการศึกษาและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ตัวอย่างโครงการที่น่าสนใจ เช่น
Open Parliament Workshop 2025 (เยาวชนและข้อมูลเปิดรัฐสภา) โครงการที่ต่อยอดมาจากภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการเปิดเผยข้อมูลบนเว็บไซต์รัฐสภาไทย ภายใต้โครงการร้อยพลังสร้างเสริมธรรมาภิบาลรัฐสภา โดยโครงการนี้เน้นไปที่การเดินสายจัดกิจกรรมลงพื้นที่ร่วมกับเยาวชนจากทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนจากภูมิภาคต่าง ๆ ได้แสดงความคิดเห็นและมีบทบาทต่อการพัฒนา ธรรมาภิบาลในรัฐสภา ผ่านการเรียนรู้เรื่องรัฐสภาแบบเปิด (Open Parliament) และให้ผู้เข้าร่วมได้สวมบทบาทเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อออกแบบนโยบาย ตลอดจนการสำรวจและเสนอแนวทางปรับปรุงเว็บไซต์รัฐสภาไทยให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น
YouthLED ในเวทีนานาชาติ (โดย UNODC) ในเวทีนานาชาติ เยาวชนก็ได้รับการผลักดันให้เข้ามามีบทบาทสำคัญเช่นเดียวกัน โดยมีการเปิดพื้นที่ให้แสดงออกทางความคิด สนับสนุนการรวมกลุ่มเครือข่ายเยาวชน และขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคม เช่น “The YouthLED” ที่เกิดจากการริเริ่มของ UNODC ที่เชิญชวนเยาวชนผู้มีศักยภาพจำนวน 41 คน ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาเยาวชน ความยั่งยืน ความซื่อสัตย์ และการต่อต้านการทุจริต มาร่วมเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาด้าน Integrity ภายใต้โครงการ Global Resource for Anti-Corruption Education and Youth Empowerment (GRACE) โดยเยาวชนกลุ่มนี้ หรือที่เรียกว่า “The YouthLED” มีบทบาทสำคัญทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และนโยบาย รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมระดับภูมิภาค และการประชุมใหญ่ระดับนานาชาติ เช่น Conference of the States Parties (COSP)
สิ่งสำคัญที่ได้จากโครงการเหล่านี้คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเยาวชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันประสบการณ์ และแนวคิดหรือ Solution ใหม่ ๆ ซึ่งในอนาคตอาจจะกลายเป็นแนวทางที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ ในท้ายที่สุดแล้ว การต่อสู้กับคอร์รัปชันไม่ใช่เพียงเรื่องของกฎหมายหรือสถาบัน แต่คือการสร้าง “วัฒนธรรมความซื่อสัตย์” ในสังคม ซึ่งเยาวชนคือพลังสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อน หากเราเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ ตั้งคำถาม และมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เสียงของพวกเขาจะไม่เพียงเป็นเสียงสะท้อน แต่จะกลายเป็นแรงผลักดันที่ช่วยให้สังคมไทยก้าวไปสู่ความโปร่งใสและเป็นธรรมาภิบาลมากยิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้ โครงการที่ผู้เขียนได้หยิบยกมาเล่าในข้างต้นเป็นเพียงหนึ่งในหลายร้อยโครงการที่มีการดำเนินกิจกรรมอยู่ และยังมีโครงการอีกมากมายที่รอท่านผู้อ่านมาร่วมเดินทางไปด้วยกัน เพราะการต่อต้านคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่แค่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจของพวกเราทุกคน จึงอยากขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมติดตามและสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก HAND Social Enterprise และ KRAC Corruption
------------------------------------
อ้างอิง
ที่มาภาพ
------------------------------------
บทความคิดด้วยพลเมือง ตอน เยาวชนกับการต่อต้านคอร์รัปชัน: เราจะปลูกฝังคนรุ่นใหม่ให้โตมาโดยไม่ยอมรับความผิดปกติได้อย่างไร
โดย : ธรีญา อึ้งตระกูล HAND Social Enterprise

Author
Thareeya Uengtrakul
ผู้ประสานงานโครงการ พ่วงตำแหน่งนักวิเคราะห์ความสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ